สมาชิกที่ดีขององค์กร
(Corporate Citizenship)
การปลูกฝังลักษณะเฉพาะหรือสร้าง DNA ของคนในองค์กรเรื่องของ Core Competency หรือแนวทางการกำหนดขีดความ
สามารถหลักของคนในองค์กรของเราเืพื่อความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับผู้ปฏิบัติงาน
โดยต้องมีลักษณะบางอย่างที่ทุกคนในองค์กรจะต้องมีและจะต้องร่วมสร้างใน 3 ส่วนนนี้ คือ Value,Value Drive,และ Value
Mobility คุณค่าหรือคุณลักษณะสามประการใหญ่ข้างต้นนั้น
ไม่ต่างอะไรกับแผนที่การเพาะ การกำหนด DNA ของ"คนของ
องค์กร" ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
Value ต้องประกอบด้วย Personal Mastery หมายถึง การใฝ่ใจพัฒนาตนเองหรือการฝึกของปัจเจก
บุคคล
ให้ใฝ่รู้อยู่ตลอดเวลา อีกส่วนหนึ่งคือากรผลักดันเปลี่ยนวัฒนธรรมขององค์กร (Culture) โดยเน้นหรือให้
ความสำคัญกับ
เรื่องความคิดสร้างสรรค์ ให้คนเปลี่ยนวิธีคิด มีการกล้าตัดสินใจและรวมถึงการคิดเชิงกลยุทธ์
แล
ะการคิดเป็นระบบ
Value Drive ซึ่งต้องมีการผลักดันสิ่งที่มีอยู่ในตัวตน ปัจเจกชน ไปยังทีมงาน ฝ่าย และ
ท้ายที่สุด
ที่องค์กรทั้งองค์กร โดยผ่านองค์ประกอบคือเรื่อง Team Learning ในที่นี้หมายรวมถึง Team
Communication,
Team Working, Team Leadership และ Team Consulting คือการสร้างภูมิความรู้
เป็นทีมแลกเปลี่ยนความรู้
และประสบการณ์และทักษะวิธีคิดเพื่อพัฒนาภูมิปัญญาและศักยภาพของทีมงาน
Value Mobility มีสององค์ประกอบคือ Change Adaptability คือความสามารถ
ในการปรับตัว
ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกระแสโลกาิภิวัฒน์ และ Language Literacy ความสามารถในการใช้
ภาษาต่างประเทศ รวมถึงการมี Mindset ที่เป็นสากลมากขึ้น

สำหรับวันนี้ จะเป็นเื่รื่องที่ต่อเนื่องกันก็คือเมื่อเพาะหรือสร้างคนในองค์กรให้มี DNA เป็นแบบที่ต้องการ
แล้วตัวพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรจะต้องเป็นแบบไหน ในช่วงต้นขอการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมการ
เป็น สมาชิกที่ดีขององค์กรกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) โดย Professor Bateman and Organ ในปี 1993
นักวิจัยทั้งสองเป็นผู้ริเริ่มพัฒนาแบบทดสอบที่ใช้วัดระดับการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรนั้นมีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจ ในงาน
(r = 0.41)
อาจารย์ Organ ได้อธิบายพฤติกรรมดังกล่าว
ด้วยทฤษฎียอดนิยมของ Professor Blau (1964) โดย
ระบุว่า
องค์ประกอบของพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีของ
องค์กรนั้นมี 5 พฤติกรรม อันได้แก่
-
พฤติกรรมการให้ความช่วยเหลือ (Altruism) คือ พฤติกรรมที่บุคคลแสดงออกมา
ด้วยความเต็มใจ
ปราศจากการบังคับ ซึ่งมีส่วนช่วยงานหรือปัญหาของบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
หรืออาจอธิบายถึงการช่วยเหลือกัน
เช่น การช่วยแนะนำพนักงานใหม่ในการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือต่าง ๆ ช่วยเพื่อนร่วมงานในกรณีที่ยังทำงานไม่เสร็จสมบูรณ์
พฤติกรรมการคำนึงถึงผู้อื่น (Courtesy) คือ พฤติกรรมที่บุคคลที่แสดงถึงการเอาใจใส่
ต่่อบุคคลอื่น
เคารพสิทธิของบุคคลอื่น พยายามป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา
พฤติกรรมการมีน้ำใจนักกีฬา (Sportsmanship) คือ พฤติกรรมที่บุคคลมีความอดทน อดกลั้น ต่อความคับข้องใจ
ความไม่สะดวก ความเครียด หรือความกดดันต่าง ๆ ด้วยความเต็มใจ เนื่องจากในการทำงานจำเป็น
ต้องมีการพึ่งอาศัยซึ่งกันและกันทั้งทีมีสิทธิที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมหรือร้องทุกข์แต่ เนื่องจากการเรียกร้องจะสร้าง
ความกดดันให้ผู้บริหารและจะเกิดการโต้เถียงกันจนละเลยความสนใจในการ
ปฏิบัติงานได้
พฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการองค์กร (Civic Virtue) คือ พฤติกรรมการที่บุคคล มีส่วนร่วมด้าน
ความรับผิดชอบการให้ความร่วมมือสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆในองค์กรเกี่ยวกับการดำเนิน
งาน
โดยการเข้า
ร่วมประชุมอ่านจดหมายเวียนภายในข่าวในองค์กร มีการแลกเปลี่ยนความคิดในเรื่องต่างๆ และให้คำแนะนำที่เหมาะสม
และรูปแบบที่ถูกต้องแก่องค์กร
พฤติกรรมการสำนึกในหน้าที่ (Conscientiousness) คือ พฤติกรรมที่บุคคลปฏิบัติ
ตามกฎระเีบียบ
และสนองต่อนโยบาย
ขององค์กร มีความตรงต่อเวลา การดูแลรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ
ต่าง ๆ ขององค์กร ไม่หยุดพักระหว่าง
ทำงานไม่ใช้เวลาปฏิบัติงานไปในเรื่องส่วนตัวทำงาน
ให้เสร็จตาม
กำหนดเวลาที่มีความสำนึกในหน้าที่จะปฏิบัิติตาม
กฎระเบียบ
และนโยบายองค์กร

ผู้เขียนโดยส่วนตัว มีความชอบแนวทางการศึกษานี้เนื่องจากเป็นแนวคิดที่ครอบคลุมถึงพฤติกรรมการ
เป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรได้โดยละเอียดมีความชัดเจนง่านต่อการเข้าใจและเป็นแนวคิดที่มีผู้นำมาใช้ในการวิจัยอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตาม
ในปี 1991 ยังมี Professor Graham ได้จำแนกองค์ประกอบพฤติกรรมการเป็นสมาชิกองค์กรไว้อีก 3 แบบ ได้อย่างน่าสนใจเช่นกันดัีงนี้
พฤติกรรมความภักดี (Loyal) หมายถึง พฤติกรรมการสร้างความผาสุกให้เกิดขึ้นในองค์กร สนับสนุน
ค่านิยม
องค์กรให้เป็นรูปธรรม นอกจากนี้บุคลากรที่มีความภักดีจะปกป้ององค์กร และมี ความพยายาม
ทำงานเพื่อให้
องค์กร สามารถดำเนินงานต่อไปได้
พฤติกรรมการเชื่อฟัง (Obedience) หมายถึง พฤติกรรมในการเคารพ ระเบียบ แบบแผน ระบบ
การทำงาน ขององค์กร มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติตามข้อบังคับ รวมถึงเคารพกฎหมาย
พฤติกรรมการมีส่วนร่วม (Participation) หมายถึง พฤติกรรมที่แสดงถึง ความกระตือรือร้น เต็มใจที่
จะเข้าร่วม
กิจกรรมต่าง ๆ มีความรับผิดชอบในงาน คอยติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กร สนใจ
แลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นระหว่างสมาชิกด้วยกัน รวมถึงการกระตุ้นให้ผู้อื่นปฏิบัติด้วยเช่นกัน
มาถึงตรงนี้ ทำให้ผู้เขียนนึกไปถึงว่า สมาชิกนอกจากจะต้องมีพฤติกรรมที่ดีในองค์กรของเราแล้วคงจะต้องเป็นสมาชิก
ที่ดีี
และมีพฤติกรรมที่ดีต่อสังคมต่อประเทศชาติ และต่อประชาคมโลกอีกด้วย มิเช่นนั้นก็จะเกิดเหตุการณ์ สด ๆ ร้อน ๆอย่าง
บริษัท
โบรเกอร์ตลาดล่วงหน้ายักษ์ใหญ่อย่าง เรฟโก แคปิตอล ผู้เขียนจึง อยากจะยกหลักพุทธธรรมและบางส่วนในหนังสือเล่ม
โปรดเล่ม
หนึ่งของผู้เขียน "เศรษฐศาสตร์แนวพุทธ" ของท่าน
พระธรรมปิฎก มาเสริมในช่วงท้ายนี้ ที่ว่าในเรื่องของ มรรคมีองค์ 8 ดังนี้
- สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ ได้แก่ อริยสัจ 4 คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค เห็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน
เป็นปฏิจจสมุปบาท คือ ธรรมที่อาศัยกันและกันเกิดขึ้น 12 ช่วง ในบรรดาองค์ทั้ง 8 ของอริยมรรคนั้น อาจกล่าวได้ว่า
สัมมาทิฏฐิมีความสำคัญที่สุด เป็นประตูสำหรับเปิดไปสู่องค์มรรคอื่นเกือบกล่าวได้ว่าเมื่อมีัสัมมาทิฏฐิแล้วองค์มรรค
อื่น ๆ ก็ตามมาเอง คือ เมื่อมีสัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ จึงจะพอเหมาะได้

เมื่อมีสัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา จึงจะพอเหมาะได้
เมื่อมีสัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ จึงจะพอเหมาะได้
เมื่อมีสัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ จึงจะพอเหมาะได้
เมื่อมีสัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ จึงจะพอเหมาะได้
เมื่อมีสัมมาวายามะ สัมมาสติ จึงจะพอเหมาะได้
เมื่อมีสัมมาสติ สัมมาสมาธิ จึงจะพอเหมาะได้
เมื่อมีสัมมาสมาธิ สัมมาญาณ จึงจะพอเหมาะได้
- สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ หมายถึง ความคิดที่จะกระทำอะไรบางอย่างความดำริเกิดขึ้น
จากความเห็น
คือ เมื่อมีความเห็นถูกต้องแล้ว คนก็ย่อมคิดที่จะกระทำอะไรบางอย่างที่ถูกต้องด้วย
- สัมมาวาจา การเจรจาชอบการพูดถูกต้อวเป็นผลสืบเนื่องมาจากความเห็นชอบและดำริชอบ การเจรจาชอบ หมายถึง การงดเว้นวาจาชั่ว และพูดจาดีอันมีลักษณะตรงกันข้าม ดังต่อไปนี้ วาจาดีที่ควรพูดเป็นความจริง พูดประสานสามัคคี พูดที่เรียบร้อยเป็นปกติ พูดที่มีสาระประโยชน์
- สัมมากัมมันตะ การงานชอบ หมายถึง การกระทำทางกายที่เว้นจากการฆ่า การลักทรัพย์ การประพฤติผิด
ในประเวณี ที่เรียกว่า กายทุจริต 3
- สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีพชอบ หมายถึง การแสวงหาปัจจัยทั้ง 4 มาเลี้ยงตนและ
บุคคล
ที่เกี่ยวข้อง สัมมาอาชีวะสำหรับคฤหัสถ์ หมายถึง การเลี้ยงชีพที่ชอบด้วยศีลธรรม กฎหมาย
และขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ไม่เป็นการเบียดเบียน
- สัมมาวายามะความพยามยามชอบ หมายถึง การตัดสินใจกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเด็ดเดี่ยว
ติดต่อกัน
ไม่ท้อถ้อย
- สัมมาสติ ความตั้งใจชอบ คำว่า "สติ" แปลว่า "ความระลึกได้" เป็นคุณลักษณะอย่างหนึ่ง
ของจิตใจ หมายถึง
ความตื่นตัว ไม่เผลอ ไม่หลับ ไม่ประมาท ความเอาใจ จดจ่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ความรู้ตัวต่ออารมณ์เฉพาะหน้าว่า ตนกำลังทำอะไร พูดอะไร คิดอะไร สติกับสมาธิมีความสัมพันธ์
ใกล้ชิดกันมาก เพราะการเจริญสมาธิ (Meditation)
ก็คือ การฝึกสตินั่นเอง ซึ่งกำลังเป็นที่ นิยมกัน
อย่างมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารในบริษัทข้ามชาติ
-
สัมมาสมาธิ การฝึกจิตชอบ หมายถึง การฝึกข่มจิตใจให้สงบนิ่งอยู่กับอารมณ์อย่างใด
อย่างหนึ่ง เมื่อจิตมีความสงบแล้วย่อมมีแสงสว่างและมีกำลัง สามารถนำมาใช้งานได้ เพราะฉะนั้น การฝึกจิตท่านจึงเรียกว่า "กัมมัฏฐาน" ต้องรู้เท่ากันโลกธรรม 8 คือ เข้าใจว่าชีวิตนี้มีธรรมชาติ 8 ประการ คือ มีลาภ มีเสื่อมลาภ มียศ มีเสื่อมยศ มีสุข มีทุกข์ มีสรรเสริญ มีนินทา
HOME


แหล่งที่มาของข้อมูล ขอขอบคุณ ดร.ทรรศนะ บุญขวัญ : MBA, The Knowladge Provider